หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

1.ชื่อเรื่อง ( The Title )


1.       ชื่อเรื่อง ( The Title )
ไพศาล   วรคำ    ได้กล่าวไว้ว่า
การตั้งชื่อเรื่องของการทำวิจัยเพื่อให้มีความชัดเจน อาจทำได้โดยนำมิติต่างๆ ของการวิจัยมาประกอบเป็นชื่อเรื่อง มิติที่สำคัญได้แก่ ลักษณะการศึกษา ตัวแปรหรือพฤติกรรมที่ศึกษาประชากรเป้าหมายหรือสถานศึกษา
บุญชม    ศรีสะอาด (2545:14) ได้กล่าวไว้ว่า
ชื่อเรื่องที่จะวิจัยจะต้องตรงกับปัญหาที่ศึกษา มีความเฉพาะเจาะจง ใช้ภาษาที่กะทัดรัดมีความชัดเจนและไม่ซ้ำซ้อนกับเรื่องอื่นๆที่มีผู้วิจัยแล้วต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของชื่อเรื่องที่ได้รับการแก้ไขให้ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้นสองตัวอย่าง

ภัทรา    นิคมานนท์(2542:30-31) ได้กล่าวไว้ว่า
ปกติปัญหาการวิจัยมักเขียนในรูปของคำถามที่ต้องการคำตอบ ก่อนทำการวิจัยผู้วิจัยควรกำหนดชื่อเรื่องวิจัยให้ตรงกับปัญหาที่ต้องการทำวิจัยเสียก่อน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วนิยมเขียนในรูปของประโยคบอกเล่า หรือวลีที่เหมาะสม กะทัดรัดมากกว่าประโยคคำถามหลักการตั้งชื่องานวิจัยไม่ซ้ำกับชื่องานวิจัยที่มีผู้ทำมาแล้วมีความหมายตรงประเด็นปัญหาการวิจัยชื่องานวิจัยไม่จำเป็นจะต้องเหมือนกับปัญหาการวิจัย แต่จะต้องสื่อความหมายของลักษณะที่สำคัญของรายงานวิจัยได้ใช้ภาษา สั้น ง่าย กะทัดรัด ชัดเจน จำเพาะเจาะจงมีความสมบูรณ์ในตัว
ใช้ศัพท์ที่มีความหมายเป็นที่ยอมรับในวิชาชีพแสดงให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายและทิศทางของปัญหาที่ทำกศึกษา
แสดงภาพพจน์ของการวิจัยที่เป็นกลา ไม่มีอคตินิยมขึ้นต้นด้วยคำนามเขียนในลักษณะความสัมพันธ์ของตัวแปร

สรุปได้ว่า      การตั้งชื่อเรื่องของการทำวิจัยเพื่อให้มีความชัดเจน อาจทำได้โดยนำมิติต่างๆ ของการวิจัยมาประกอบเป็นชื่อเรื่องมีความเฉพาะเจาะจง ใช้ภาษาที่กะทัดรัดมีความชัดเจนและไม่ซ้ำซ้อนกับเรื่องอื่นๆคำตอบ ก่อนทำการวิจัยผู้วิจัยควรกำหนดชื่อเรื่องวิจัยให้ตรงกับปัญหาที่ต้องการทำวิจัยเสียก่อน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วนิยมเขียนในรูปของประโยคบอกเล่า หรือวลีที่เหมาะสม กะทัดรัดมากกว่าประโยคคำถาม
         
        ที่มา
                ไพศาล  วรคำ.(2552).การวิจัยทางการศึกษา.มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
   บุญชม    ศรีสะอาด.(2545).การวิจัยเบื้องต้น.สุวีริยาสาส์น.  
   ภัทรา    นิคมานนท์.(2542).ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการวิจัย.กรุงเทพฯ:อักษราพิพัฒน์.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น